ต่างชาติซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 2.6 หมื่นล้านบาท จับตาแรงกดดันดอกเบี้ยโลกครึ่งหลัง
ภาพรวมเงินต่างชาติในตลาดพันธบัตรไทย
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยตั้งแต่ต้นปีราว 2.6 หมื่นล้านบาท แม้กระแสเงินจะผันผวนรายเดือนจากสงครามและปัจจัยดอกเบี้ยโลก
- ตั้งแต่ต้นปี 2569 ต่างชาติซื้อสุทธิพันธบัตรไทยราว 2.6 หมื่นล้านบาท แม้มีความผันผวนรายเดือน
- สภาพคล่องของเงินต่างชาติสูง เดือนมีนาคมเกิดเงินไหลออกจากความกังวลสงคราม และเริ่มเห็นสัญญาณไหลออกอีกครั้งในเดือนมิถุนายน
- แนวโน้มครึ่งหลังมีความเสี่ยงเพิ่มจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะทิศทางดอกเบี้ยโลกที่อาจกดดันตลาด
- นักวิเคราะห์กังวลว่าหาก Fed ขึ้นดอกเบี้ยต่อ อาจดันผลตอบแทนพันธบัตรโลกสูงขึ้น กระทบกระแสเงินที่ไหลเข้าไทย
เปรียบเทียบยีลด์พันธบัตรไทย-สหรัฐฯ และผลต่อกระแสเงิน
ปี 2569 ตลาดพันธบัตรไทยยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสงคราม เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ยโลก ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรช่วงหลังปรับขึ้น ขณะเดียวกันเงินต่างชาติยังไหลเข้าพันธบัตรไทยสุทธิราว 2.6 หมื่นล้านบาทตั้งแต่ต้นปี
อาริยา ธีรณปรากิต กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ให้สัมภาษณ์ว่า ปีนี้ตลาดพันธบัตรไทยโดยรวมยังผันผวน โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมจากสถานการณ์สงครามที่ดันยีลด์พันธบัตรไทยพุ่งขึ้น ก่อนค่อย ๆ ปรับลง เมื่อเทียบกับปลายปีก่อน ยีลด์พันธบัตรไทยเพิ่มขึ้นราว 50 เบสิสพอยต์จากแรงกดดันเงินเฟ้อและทิศทางตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ระดับผลตอบแทนในปัจจุบันยังไม่สูงจนกระทบต้นทุนทางการเงินของภาครัฐและเอกชนมากนัก
ขณะนี้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี อยู่ราว 2.1-2.2% ส่วนสหรัฐฯ อายุ 10 ปี อยู่ราว 4.5% ทำให้ส่วนต่างยังราว 2% แม้ยีลด์ไทยจะขยับขึ้นตามตลาดโลก แต่ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
กระแสเงินต่างชาติปีนี้ผันผวนตามสถานการณ์โลก เดือนมีนาคมจากความกังวลสงครามเกิดแรงขายสุทธิ ก่อนจะกลับมาซื้อสุทธิในเดือนเมษายนราว 5,100 ล้านบาท และเพิ่มเป็นราว 21,200 ล้านบาทในเดือนพฤษภาคม ขณะที่เดือนมิถุนายนเริ่มเห็นสัญญาณเงินไหลออกอีกครั้ง
หากดูตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน กระแสเงินต่างชาติในตลาดพันธบัตรไทยยังเป็นบวก มีเงินไหลเข้าสุทธิราว 2.6 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันต่างชาติถือครองพันธบัตรไทยรวมราว 9.5 แสนล้านบาท
ตลาดหุ้นกู้เริ่มฟื้นตัวชัดเจน โดยไตรมาสแรกปริมาณออกหุ้นกู้หดตัวราว 15% จากความกังวลสงครามและความผันผวนของตลาดโลก ก่อนที่บริษัทขนาดใหญ่จะกลับมาระดมทุน ส่งผลให้ยอดออกหุ้นกู้สะสมแตะราว 371,000 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อนที่ 378,000 ล้านบาท
นักกลยุทธ์การลงทุนชี้ว่า ช่วงครึ่งปีแรกของตลาดพันธบัตรไทยเริ่มมีสัญญาณน่ากังวลมากขึ้น เงินต่างชาติชะลอลงชัดเจน โดยยอดเงินไหลเข้าสุทธิปีนี้เหลือ 26,329 ล้านบาท ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าต่างชาติขายสุทธิไปแล้วกว่า 19,665 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าทิศทางเงินเริ่มเปลี่ยนไป ขณะที่ปีก่อนยังซื้อสุทธิรวมกว่า 72,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ตลาดยังเผชิญภาวะโครงสร้างยีลด์ที่บิดเบี้ยว เพราะแรงซื้อพันธบัตรระยะสั้นกดผลตอบแทนลง แต่พันธบัตรระยะยาว 10-30 ปีถูกขาย ทำให้ยีลด์สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบภาคเอกชน โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องออกหุ้นกู้ระยะยาว เพราะอาจเผชิญต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นและระดมทุนยากขึ้น
โดยรวมแล้ว กระแสเงินครึ่งปีแรกในตลาดหุ้นไทยยังเป็นบวก ส่วนตลาดพันธบัตรมีเงินไหลเข้าสุทธิราว 2.6 หมื่นล้านบาท สะท้อนว่าตลาดไทยยังได้รับความสนใจจากต่างชาติ แม้เริ่มเห็นแรงขายอีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2569
ด้านพันธบัตร ช่วงต้นปีมีเงินไหลเข้ามาก จากนั้นเดือนมีนาคม 2569 เปลี่ยนเป็นไหลออกเพราะสงคราม ก่อนกลับมาไหลเข้าอีกในเดือนเมษายน-พฤษภาคม และกลับไปไหลออกในเดือนมิถุนายน ทำให้ยอดสะสมเหลือราว 2.6 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงครึ่งหลังเริ่มเพิ่มขึ้น เพราะ Fed อาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งอาจดันผลตอบแทนพันธบัตรโลกสูงขึ้น กระทบกระแสเงินในตลาดพันธบัตรและบรรยากาศลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง




