ราคาทองไทยกลางปีร่วง จับตาแรงซื้อธนาคารกลางพยุงราคา
ดูหุ้นสหรัฐแบบเรียลไทม์ 2026-07-02 14:35 211 อ่าน

ราคาทองไทยกลางปีร่วง จับตาแรงซื้อธนาคารกลางพยุงราคา

หมวดหมู่ดูหุ้นสหรัฐแบบเรียลไทม์
เวลาเผยแพร่2026-07-02

ปิดครึ่งปีแรก ‘ทอง’ จาก 8 หมื่น สู่ 6 หมื่น ลุ้นครึ่งหลังแรงซื้อ ‘ธนาคารกลาง’ พยุงราคา

ราคาทองคำในช่วงครึ่งปีแรกผันผวนรุนแรง ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่บาทละ 81,950 บาท ก่อนปรับลงมาปิดที่ราว 63,300 บาท สมาคมค้าทองคำมองว่าครึ่งปีหลังราคาทองคำมีโอกาสค่อย ๆ ปรับดีขึ้น โดยมีแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกเป็นปัจจัยสำคัญในการพยุงราคา

ประเด็นสำคัญ

  • ราคาทองคำในครึ่งปีแรกผันผวนรุนแรง ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่บาทละ 81,950 บาท ก่อนปิดแถว 63,300 บาท
  • ปัจจัยที่ดันราคาช่วงต้นปีคือความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ที่กระตุ้นแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ก่อนถูกกดดันจากสัญญาณเฟดชะลอลดดอกเบี้ย
  • คาดครึ่งปีหลังราคาทองคำจะค่อย ๆ ดีขึ้น โดยแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกเป็นแรงพยุงสำคัญ

ทองไทยทำสถิติ ก่อนถูกเทขายหนักในไตรมาส 2

ราคาทองคำครึ่งแรกของปี 2569 (ม.ค. - มิ.ย.) สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยความผันผวนหนัก ทะยานทำออลไทม์ไฮ ทุบสถิติโลกที่ 5,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ดันทองไทยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่บาทละ 81,950 บาทในไตรมาสแรก ก่อนเผชิญแรงเทขายในไตรมาส 2 จนหลุดแนวรับสำคัญ

โดยจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อ 29 ม.ค. 2569 ราคาทองโลกแตะ 5,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองไทย (ทองแท่ง) สมาคมค้าทองคำต้องปรับราคาในวันเดียวสูงถึง 75 ครั้ง และทำสถิติแพงที่สุดที่บาทละ 77,900 - 81,950 บาท ปรับขึ้นมา 9,250 บาทจากปิดปีก่อนหน้า ขณะที่เดือนก.พ. ราคาทองยังทรงตัวระดับสูง เพิ่มขึ้นอีก 3,400 บาท รับแรงหนุนต่อเนื่องจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ปิดครึ่งปีแรก ‘ทอง’ จาก 8 หมื่น สู่ 6 หมื่น ลุ้นครึ่งหลังแรงซื้อ ‘ธนาคารกลาง’ พยุงราคา

จากนั้นราคาทองเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway down กรอบทองแท่งในประเทศเฉลี่ยย่อลงมาอยู่ที่ราว 70,550 - 73,300 บาท และพายุแรงเทขายหนักสุดในเดือนมิ.ย. ทำให้ราคาปรับลงกว่า 6,700 บาท เป็นเดือนที่ผันผวนหนัก และราคาร่วงต่ำที่สุดในรอบปี โดยหลุดแนวรับสำคัญลงมาเคลื่อนไหวแถว 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในกรอบ 3,970 - 4,190 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้ทองไทยเผชิญแรงเขย่าอย่างรุนแรง

ก่อนปิดสิ้นงวดครึ่งปีแรก (30 มิ.ย.) ที่ราคารับซื้อ 63,100 บาท และขายออก 63,300 บาท ตามราคาทองโลกที่ 4,037 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งมีการปรับฐานลงในไตรมาส 2 เช่นกัน ทั้งนี้ ความผันผวนช่วงต้นปีส่วนใหญ่เกิดจากความไม่แน่นอนในระดับโลก โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามที่ยังไม่ชัดเจน

ปัจจัยเงินเฟ้อสหรัฐและสัญญาณเฟด กดดันทองในไตรมาส 2

จนถึงเดือนมี.ค. ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการปรับฐาน ราคาทองร่วงแรงที่สุดในรอบหลายปี ลดลง 6,400 บาท หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ขยับสูงตามราคาน้ำมันดิบ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอการลดดอกเบี้ย ส่งผลให้เงินดอลลาร์และ Bond Yield พุ่งขึ้น กดดันทองต่อเนื่องในไตรมาส 2 ขณะที่เดือนเม.ย. - พ.ค. ยังแกว่งลงและลดลงอีก 1,200 บาท

ย้อนดูครึ่งปีแรก 2569 “จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี” นายกสมาคมค้าทองคำ ประเมินว่าตลาดทองคำเป็นแหล่งความผันผวนรุนแรงครั้งประวัติศาสตร์ โดยทำทั้งจุดสูงสุดใหม่และจุดต่ำสุดใหม่ให้เห็นเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะวันที่ 29 ม.ค. ที่ราคาพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ ความผันผวนนี้ทำให้นักลงทุนต้องปรับตัวมากตามสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน

ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้น จากแรงซื้อธนาคารกลางและกลยุทธ์ Buy on Dip

ส่วนทิศทางครึ่งปีหลัง แม้ระยะสั้นยังมีความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยสงครามอิหร่าน แต่เชื่อว่าหลังไตรมาส 3 เป็นต้นไป ราคาทองคำจะค่อย ๆ ปรับดีขึ้น โดยมีแรงหนุนสำคัญจากแรงซื้อของธนาคารกลาง ธนาคารกลางขนาดใหญ่ทั่วโลกยังเดินหน้าสะสมทองคำต่อเนื่อง โดยขายพันธบัตรดอลลาร์แล้วเปลี่ยนมาถือทองคำเป็นทุนสำรองมากขึ้น ไม่เกี่ยงระดับราคาทองคำ

นอกจากนี้ มุมมองต่อนโยบายดอกเบี้ยเฟดของเรายังเชื่อว่าเฟดจะไม่ขึ้นดอกเบี้ย เพราะรัฐบาลสหรัฐมีภาระหนี้สูงมากจนรับภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อทองคำ และหากเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีปัญหาจากภาวะสงครามยืดเยื้อ ก็จะยิ่งเร่งให้คนหันมาถือทองคำมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยฤดูกาลปลายปี กองทุนทองคำทั่วไปมักมีความต้องการถือทองเพิ่มขึ้น แม้นักลงทุนบางส่วนยังกังวลว่าราคาทองไทยจะหลุด 60,000 บาทหรือไม่ แต่จิตติมองว่าไม่น่าหลุดระดับ 60,000 บาท เพราะราคายังยืนได้แข็งแรง แม้ช่วงปรับลงก็ยังกลับมายืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จากระดับ 3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ด้านเป้าหมายแนวต้านราคาทองไทยที่เคยประเมินไว้ 90,000 บาท ยังมีโอกาสเลื่อนไปจากเดิมที่คาดช่วงปลายปีนี้เป็นช่วงต้นปีหน้าแทน เนื่องจากผลกระทบของสงครามยืดเยื้อกว่าคาด และยังมีความผันผวนจากแรงเก็งกำไรในตลาดฟิวเจอร์สที่รุนแรง เช่นในจีนจนคล้ายการพนัน ซึ่งทางการจีนใช้กฎหมายเข้มเข้ามาควบคุม เป็นประเด็นที่นักลงทุนไทยต้องจับตาและระมัดระวัง

ทางสมาคมฯ ยืนยันว่าการเก็บภาษีเทรดจะทำให้อุตสาหกรรมทองคำไทยถอยหลัง และส่งผลเสียต่อการแข่งขันในภูมิภาค

ธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมินภาพรวมปี 2569 ว่าวัฏจักรทองคำยังเป็นขาขึ้น แต่ความผันผวนจะสูงมากเพราะราคาอยู่ในระดับบน (กรอบเป้าหมายเดิม 4,770 - 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์) แนะนำกลยุทธ์ Buy on Dip หรือรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาตามแนวรับสำคัญ

详情页广告

เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนข้อมูลเท่านั้น เราไม่ได้ให้บริการทางการเงินใด ๆ เช่น การเปิดบัญชี การกู้ยืมเงินประกัน การจัดการเงินของลูกค้า หรือการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายใน กรุณาอย่าเชื่อถือข้อความส่วนตัวใด ๆ ในเว็บไซต์ที่แนะนำหุ้นหรือชักชวนให้ติดตามคำสั่งซื้อขาย

แชร์บทความ
ค้นหา
บทความที่เกี่ยวข้อง
1ทะลุหมอกแห่งความผันผวน: คู่มือเริ่มต้นการลงทุนและไขความลับดัชนี VIX ความตื่นตระหนกของตลาดหุ้นสหรัฐฯ2026-10-282特斯拉股價分析實戰框架:拆解新能源龍頭三大定價錨點與夜盤資金訊號2026-10-263การวิเคราะห์ตลาดอีคอมเมิร์ซสด: จากการดึงดูดราม่าไปสู่การสร้างผลกำไร ตรรกะพื้นฐานของการกำหนดราคาใหม่ของเงินทุนและการมองไปข้างหน้าก่อนวันสองวัน2026-10-224ปริมาณการซื้อขายคือกระจกสะท้อนกระแสเงิน: คู่มือการซื้อขายราคาหุ้นสหรัฐฯ เพื่อคาดการณ์ความแข็งแกร่งของการเปิดตลาดเอเชียตะวันออก2026-10-215การต่อสู้ของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐอเมริกา: การแยกย่อยของการไหลเวียนของเงินทุนภายใต้การแข่งขันด้านพลังการประมวลผล AI และรถยนต์พลังงานใหม่2026-10-14