หุ้นโรงกลั่นไทยร่วง: BCP SPRC ถูกกังวลเรื่องการคุมค่าการกลั่น
ภาพรวมตลาด: หุ้นโรงกลั่น 6 ตัวปรับลง
- หุ้นกลุ่มโรงกลั่น 6 ตัวปรับลง นำโดย BCP ร่วง 3.87% และ SPRC ร่วง 3.65%
- นักลงทุนกังวลข่าวในประเทศว่า รัฐบาลอาจเข้ามาแทรกแซงหรือกำกับ “ค่าการกลั่น” ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อผลประกอบการของกลุ่มนี้
- ปัจจัยต่างประเทศก็มีผล โดยเฉพาะความคืบหน้าของสงครามตะวันออกกลาง หากสงครามยุติ ความเก็งกำไรที่เคยหนุนราคาหุ้นอาจอ่อนแรงลง
การเคลื่อนไหวช่วงเช้า (4 มี.ค. เวลา 10:05 น.)
ช่วงเช้าตลาดหุ้นไทย หุ้นโรงกลั่นอ่อนตัว นำโดย
- BCP ร่วง 3.87% ลดลง 1.50 บาท มาที่ 37.25 บาท
- SPRC ร่วง 3.65% ลดลง 0.25 บาท มาที่ 6.60 บาท
- TOP ร่วง 3.26% ลดลง 1.50 บาท มาที่ 44.50 บาท
- IRPC ร่วง 2.73% ลดลง 0.05 บาท มาที่ 1.78 บาท
- PTT ร่วง 1.41% ลดลง 0.50 บาท มาที่ 35.00 บาท
- PTTGC ร่วง 1.40% ลดลง 0.50 บาท มาที่ 35.25 บาท
มุมมองวิเคราะห์: ความกังวลเรื่องกำกับดูแลและสงครามตะวันออกกลางนำตลาด
นักวิเคราะห์จาก Finansia Cyrus Securities กล่าวว่ากลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีกำลังเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่เช่น BCP และ SPRC ที่ปรับลงชัดเจน ปัจจัยลบมาจากความกังวลต่อข่าวในประเทศว่า รัฐบาลอาจเข้ามาดูแลหรือคุม “ค่าการกลั่น” ทำให้นักลงทุนเริ่มลดน้ำหนักการลงทุน
ในบริบทนี้ TOP ก็เผชิญแรงขายเช่นกัน ตลาดยังจับตาทิศทางของ “ค่าการกลั่น” ในอนาคต เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อราคาหุ้นของกลุ่มนี้
ด้านต่างประเทศ ตลาดมองว่าหุ้นโรงกลั่นและปิโตรเคมีเคลื่อนไหวตามสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางเป็นหลัก หากมีสัญญาณยุติสงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ราคาหุ้นกลุ่มนี้อาจปรับลง เพราะแรงเก็งกำไรที่เคยหนุนราคามีแนวโน้มลดลง
ในกรณีดีที่สุด สงครามอาจจบภายในเดือนนี้ หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินไตรมาส 2 ปี 2029 หากนักลงทุนเน้นเก็งกำไร ควรใช้กลยุทธ์ “เทรดตามข่าว” และระวังเป็นพิเศษ หากมีสัญญาณหยุดยิงหรือเจรจาสันติภาพ ควรพิจารณาปรับพอร์ตทันที
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำแบ่งพอร์ตเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มหุ้นเชิงรับที่ทนต่อความผันผวนได้ดีกว่า เช่น GULF, KTB, CPF, CPN และอีกกลุ่มคือหุ้นที่มีโอกาสรีบาวด์หลังสงคราม เพื่อใช้วางแผนข้ามวัฏจักรเศรษฐกิจ ครอบคลุมกลุ่มการเงิน ค้าปลีก ท่องเที่ยว และขนส่ง
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามนโยบายรัฐบาลและพัฒนาการของสงครามอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนในกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นต่อไป





